นี้เป็นเรื่องของความชื่นชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อญาติผู้หญิงทางฝ่ายคุณแม่ (รวมทั้งตัวคุณแม่เอง) ต่างก็น่ารักด้วยกันทั้งนั้น เมื่อผมมีอายุได้ 14 ปี คุณยายเป็นคนแรกที่ให้ความสุขทางเพศแก่ผม ขอผมบรรยายสรรพคุณของคุณยายของผมให้ฟังสักหน่อยนะครับ คุณยายของผมชื่อ นัยนา ยังอยู่ในวัย 50 ต้น ๆ คุณยายมีลูกสาวเพียง 2 คน คือ คุณป้า วิภาภรณ์ อายุ 35 และคุณแม่สุดที่รักของผม วิภารัตน์ อายุ 33 คุณตาเสียไปนานแล้ว และคุณยายของผมก็ครองความเป็นโสดมาตลอด ไม่ข้องแวะยุ่งเกี่ยวกับใครที่ไหน ทั้ง ๆ ที่ตอนคุณตาเสียไปใหม่ ๆ คุณยายเพิ่ง 40 กว่าเท่านั้น คุณยายรักษาดูแล ทรวดทรงของคุณยายอย่างพิถีพิถันมาตลอด ตอนนี้คุณยายรูปร่างท้วมหน่อยแต่ไม่อ้วน ยังเคลื่อนไหวกระฉับกระเฉง คล่องแคล่ว ว่องไว ไม่แพ้ คุณป้าและคุณแม่ของผม คุณตาทิ้งทรัพย์สมบัติไว้ให้คุณยายมากจนคุณยายไม่ต้องหางานทำ แถมยังมีตึกหลังใหญ่เป็นที่พักอาศัย สร้างอยู่บนที่ดินกว้างขวาง รั้วรอบขอบชิด คุณยายจึงไม่มีห่วง ประกอบทั้งคุณยายมาจากครอบครัวที่ดี ทำให้คุณยายเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ รูปร่างดี ไม่เหมือนผู้หญิงสูงอายุบางคนที่ปล่อยตัว คุณยายมีสตางค์มากพอที่จะซื้อหาความสุขใส่ตัว ด้วยการแต่งตัวดี นำสมัย มีเสื้อผ้าสวย ใช้เครื่องสำอางค์ชั้นดี ใครที่เห็นคุณยายมักจะคิดว่าคุณยายมีอายุอยู่ในวัย 40 กว่า ๆ เท่านั้น แต่คุณยายก็ไม่สนใจชายใด ครองความเป็นโสด คอยดูแล คุณป้า และ คุณแม่ ของผมตลอดมา เมื่อคุณลุงวชิระ สามีของคุณป้าวิภาภรณ์ ไปต่างประเทศเพื่อทำธุรกิจของท่าน และเสียชีวิตไปเนื่องจากเครื่องบินตก คุณยายสงสารคุณป้าวิภาภรณ์ และหลาน ๆ ลูกสาวและลูกชายของคุณป้าวิภาภรณ์ และ คุณลุงวชิระ จึงชวนให้มาอยู่กับคุณยายที่ในตึกหลังใหญ่นี้ คุณป้าวิภาภรณ์ ได้เงินค่าประกันชีวิตของคุณลุง และทรัพย์สมบัติที่คุณลุงทิ้งไว้ให้ทำให้มีชีวิตอยู่อย่างสบาย ๆ จึงได้ย้ายครอบครัว ซึ่งประกอบด้วยลูกสาวคนโต เพียงวัน อายุ 16 ปี และ ลูกชาย พจนพงศ์ อายุ 14 เท่ากันกับผม มาอยู่กับคุณยาย คุณยายแบ่งห้องให้ 3 ห้องให้อยู่กันอย่างสบาย ๆ คุณยายสงสารแม่และผม เพราะเราต้องอยู่กันตามลำพังเวลาคุณพ่อ สมภพ ออกไปทำงานต่างจังหวัด คุณยายก็เลยชวนให้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน ในตึกหลังใหญ่ของคุณยาย คุณยายยกห้อง 2 ห้อง ให้ครอบครัวของผม ห้องแรกเป็นห้องของคุณพ่อกับคุณแม่ของผม ส่วนอีกห้องหนึ่งเป็นห้องของผม ตัวคุณยายเองอยู่ในห้องนอนใหญ่คนเดียว เราจึงอยู่กันอย่างอบอุ่นและมีความสุข นาน ๆ ครั้ง คุณพ่อของผมกลับจากตรวจงานต่างจังหวัด ก็มาพักอยู่ด้วยชั่ว 2-3 วันหรือ สัปดาห์หนึ่งแล้วก็ต้องออกเดินทางต่อ พี่เพียงวัน พจนพงศ์ และ ผม ไปโรงเรียนเดียวกัน มีรถของคุณยายไปส่ง-ไปรับ ทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ เราก็อยู่บ้านกันหมดพร้อมหน้า ธรรมดา คุณยายนัยนา คุณป้า วิภาภรณ์ และ คุณแม่ ของผมก็อยู่บ้าน บ้านของคุณยายอยู่กันได้อย่างสบาย ๆ และเราก็อยู่กันอย่างอบอุ่นเป็นเสมือนครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่ง วันนี้เป็นวันเสาร์ คุณป้าวิภาภรณ์พา พี่เพียงวันและ พจนพงศ์ ไปเยี่ยมญาติทางคุณลุงที่ต่างจังหวัด ว่าจะกลับมาพรุ่งนี้เย็น ๆ คุณพ่อของผมก็ออกไปตรวจงานต่างจังหวัดตามเคย ไปได้เป็นอาทิตย์แล้ว กว่าจะกลับก็คงจะอีก 2-3 วัน ตารางกำหนดเวลาทำงานของคุณพ่อ และ สถานที่ที่คุณพ่อต้องออกเดินทางไปทำงานไม่มีใครทราบ บางครั้งคุณแม่ก็ทราบ เพราะคุณพ่อโทรศัพท์มาบอก หรือบอกไว้ก่อนออกเดินทาง แต่ก็ไม่ใคร่มีคนสนใจ เพราะเคยชินกันเสียแล้ว ที่บ้านคุณยายสุดสัปดาห์นี้ จึงค่อนข้างเงียบเหงา ห้องของผม และของคุณพ่อ-คุณแม่อยู่ทางด้านเดียวของตัวตึกกับห้องใหญ่ของคุณยาย ซึ่งอยู่ใกล้บันใดสำหรับเดินขึ้น-ลงไปชั้นล่าง เวลาเดินขึ้นบันใดจากชั้นล่างเพื่อจะไปห้องส่วนตัวของผมผมจึงมักมีโอกาสดี ๆ ได้เห็น คุณยายตอนเวลาท่านแต่งตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าเรื่อยมา โดยมองลอดประตูห้องที่ปิดไม่สนิทคุณยายคงจะไม่คิดถือสาอะไร ที่ปล่อยให้ประตูห้องนอนของท่าน เปิดแง้มไว้อย่างนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ยิ่งไม่มีใครอยู่บ้านด้วย นอกจากคุณยาย แล้วก็มี คุณแม่และผมเท่านั้น ผมเดินผ่านห้องคุณยาย ซึ่งประตูเปิดแง้มอยู่ ทำให้ผมสามารถมองเห็นอะไรได้ทุกอย่างภายในห้องนอนของท่าน ตอนที่ผมชอบมากที่สุด คือตอนที่ท่านแต่งตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า ผมมาจังหวะดีวันนี้ ผมมองลอดประตูแง้มเข้าไปเห็นคุณยายกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าของท่าน ผมก็เลยรีบปราดเข้าไปที่ช่องประตู เพื่อจะมองให้เห็นชัด ๆ คุณยายถอดเสื้อที่สวมอยู่ออกก่อน แล้วก็ปลดยกทรง ตามมา ผมก็ยืนลุ้น ขอให้คุณยายได้ถอดออกให้หมด ท่านเป็นสุภาพสตรีที่แข็งแรง ผิวขาวผ่อง นมของท่านใหญ่ หัวนมใหญ่ ป้านนมก็เลยพลอยใหญ่ไปด้วย สีน้ำตาล ยิ่งยืนดูนานไป ควยของผมก็ค่อย ๆ แข็งขึ้นเป็นลำดับ ผมคงจะตื่นเต้นมาก ตาก็แนบอยู่ที่ช่องประตูเพื่อจะได้เห็นถนัด ๆ มือก็ไปขยุกขยิกอยู่ที่ตรงเป้ากางเกงของผมซึ่งกำลังกดดันควยของผมไว้ พอเห็นนมคุณยาย ควยของผมก็ยิ่งแข็งโด่ขึ้นมาอีกแทบจะดันเป้ากางเกงให้ทะลุออกมา อย่างที่ว่าไว้แหละครับ ผมตื่นเต้นน่าดู หัวของผมก็เลยดันบานประตูแรงเกินไปหน่อย ดูไป ลุ้นไป และในที่สุดบานประตูก็ค่อย ๆ เปิดออก ผมก็เลยลื่น หน้าขะมำ หัวทิ่มเข้าไปในห้องของคุณยาย ห้ามล้อไม่ทัน คุณยายเหลียวมามองพร้อมกับกล่าวว่า อ้าวนั่น ตาติน หัวทิ่มเข้ามาในห้องยายได้อย่างไรกันนี่ น่ากลัวจะมัวแต่แอบดูยาย ใช่ไหมล่ะ ผมตกตะลึง เมื่อได้ยินท่านกล่าวเช่นนี้ แต่ เอ.. น้ำเสียงคุณยายไม่ดุดัน อะไร เพียงแต่กล่าวออกมาด้วยความแปลกใจเท่านั้น ในเวลาเดียวกัน ผมก็คิดอยู่ในใจว่า คงจะอดดูของดีอีกต่อไปแล้ว ก็ได้ยินคุณยายกล่าวต่อไปอีกว่า เอ้า มาก็ดีแล้ว ก็อย่าให้เสียเที่ยวเลย ยายว่าเด็กหนุ่ม ๆ แข็งแรง อย่างหลานนี่ เอ้าอยากดูก็ดูเสียให้พอ ไหน ๆ ก็เข้ามาอยู่ในห้องยายแล้ว ไปปิดประตูเสียให้เรียบร้อย แล้วมาช่วยถอดกางเกงในให้ยายหน่อยเถอะ มาซี่




 Close